งานเทศกาลบอลลูนนานาชาติครั้งที่ 2
posted on 10 Dec 2008 00:20 by krishschreibtischปีนี้เป็นปีแรกที่ผมได้มีโอกาสไปงานบอลลูนนานาชาติ ซึ่งปีนี้เป็นการจัดครั้งที่สองแล้ว
บังเอิญว่า เพื่อนสนิทของผมเป็นคนจัดงานนี้ แล้วเค้าหา MC ไม่ได้ ผมเลยเสนอตัวเข้าไปช่วยเพราะว่า ถ้าหา MC จริงๆ อาจจะเป็นเรื่องวุ่นวานพอสมควร
ผมเลยตัดสินใจอาสาเข้าไปช่วยงาน...ได้เที่ยวด้วย เลยตัดสินใจไปปากช่องทันที...

วันแรกก็งานเข้าเลย เพราะว่า ผมต้องช่วยเพื่อนทำงาน จริงๆ แล้วผมไม่รู้ระบบงานอะไรหรอก แต่เมื่อมันเรียกใช้อะไร ผมก็ช่วยมันทำทุกอย่าง
งานหลักของเพื่อน คือการต้อนรับสื่อ สปอนเซอร์ ออกตั๋วขึ้นบิน จิกนักบินบอลลูน และประสานงานกับลูกเรือ
ซึ่งงานมันเยอะจริงๆ
งานนี้มีนักบินมาจากหลายชาติ ทั้ง สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส สวีเดน เดนมาร์ค เช็ค มาเลเซีย เท่าที่ผมได้คุย แต่ละคนน่ารักมากๆ Nice สุดๆ
ตอนแรก ทางทีมงานเชิญมา มีประเทศจากแถบเอเซียด้วย คือเกาหลีและญี่ปุ่น แต่ว่ามีเรื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้นักบินหลายประเทศไม่สามารถมาร่วมงานได้
ที่ประทับใจอย่างแรกสุดคือ สปิริตนักบิน
คุณโซบรี เป็นนักบินบอลลูนจากมาเลย์ เขาน่ารักมากๆ ใช้สนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้ คุณโซบรีนั่งแท็กซี่จากกัวลาลัมเปอร์มาปีนัง
แล้วจะนั่งบัตเตอร์เวิร์สจากปีนังขึ้นมาที่กรุงเทพ
แต่พอดีว่าน้ำท่วมหาดใหญ่ รถไฟมาไม่ได้ เขาก็นั่งรถทัวร์มาลงที่ กรุงเทพฯ
ต่อด้วยนั่งรถตู้มาที่งาน...มาถึงที่สนาม คุณโซบรีก็สั่งกางบอลลูนขึ้นบินเลย
น่ารักมากๆ ครับ

การบินบอลลูนในไทย ตอนนี้มีที่เชียงใหม่ที่เดียว เป็นของบริษัท เอิร์ธ วิน แอนด์ ไฟร์ โดยคุณยุทธ วณิชชานนท์
พูดถึงเรื่องของการกางบอลลูน
การกางบอลลูนแต่ละครั้งเป็นงานใหญ่มาก
เพราะว่าต้องเอาบอลลูนเข้าสนาม แล้วค่อยๆ เอาตัวบอลลูนกางออก ซึ่งตอนกาง จะใช้ลมเป่าให้ตัวบอลลูนขยายออก
จากนั้นจะใช้เบิร์นเนอร์ จุดไฟเข้าไปในบอลลูน ให้เกิดเป็นอากาศร้อน แล้วค่อยๆ กางบอลลูนตั้งขึ้น เพื่อพร้อมบิน
ซึ่งผมได้ไปร่วมกางบอลลูนกับนักบินมาด้วยครับ...........เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
นอกจากนั้น การตั้งบอลลูนต้องดูแรงลมด้วย เพราะบอลลูนเป็นอากาศยานที่อาศัยธรรมชาติแทบจะ 100% และถ้านักบินไม่มั่นใจในการกางบอลลูน หรือขึ้นบิน นักบินจะไม่ทำการใดๆ ทั้งสิ้น
ผมได้ยินเพื่อนเล่าว่า นักบินจากสาธารณเช็คท่านนึงที่มาร่วมบิน คือคุณ คูบิเช็ค นอกจากจะเป็นนักบินบอลลูนแล้ว ยังเป็นผู้ผลิตบอลลูนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง - ลูกบอลลูนของเขาก็เป็นชื่อ คูบิเช็คเช่นกัน
แต่เดิม คุณคูบิเช็คไม่มีความรู้เลยเรื่องบอลลูนเลย แต่ศึกษาลองฝึกลองถูกด้วยตัวเองมาตลอด มีถึงขนาดที่ กางบอลลูนเสร็จแล้ว ให้คนเบิร์นไฟให้ แล้วขึ้นไปวัดอากาศที่ส่วนยอดของบอลลูนว่าร้อนเฉลี่ยนเท่าไหร่ก็ทำมาแล้ว...บ้ามาก
ซึ่งคุณคูบิเช็ค นิสัยดีมาก เป็นฝรั่งที่น่ารักอีกคนนึง

นี่คือบริเวณจัดงาน อันนี้ผมถ่ายตอนขึ้นบอลลูน
สถานที่จัดงานคือ กองพันสุนัขหารเป็นบริเวณหน้าเขายายเที่ยง ที่ปากช่อง โคราช
การขึ้นบินแต่ละครั้ง ต้องอาศัยลมสงบ ถึงจะกางบอลลูนและตั้งบอลลูนได้
ส่วนจะบินหรืิอไม่ แล้วแต่นักบินประจำบอลลูน
วันที่ 4 เป็นวันที่งานทุกอย่างราบรื่นมาก ขึ้นบินได้หมดทั้งสนาม ทั้งรอบเช้าและบ่าย
รอบเช้าบินตอน ตี 5 เริ่มกางบอลลูนกันตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง
ผมแทบไม่ได้หลับเลย เพราะต้องทีมงานเคลียร์คิวคนที่จะขึ้นบอลลูน
งานนี้ไม่มีขายบัตร มีแต่เฉพาะที่นั่งของแขกพิเศษ และ คนที่จับฉลากเป็นผู้โชคดีเท่านั้น แต่ก็จะมีความเยอะคือความต้องการของคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรานั้นเอง ซึ่งเปลี่ยนแปลงความต้องการกับทีมงานตลอดเวลา ซึ่งการบินแต่ละครั้ง เราไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนเหมือนการขึ้นเครื่องบินโดยสาร เพราะแต่ละครั้ง อากาศ/สถานการณ์/ความพร้อมและการตัดสินใจของนักบินจะไม่เหมือนกัน
วันที่ 5 ตอนเช้า ลมแรงมาก มีความเร็วลมกว่า 13 น็อตเลยทีเดียว การบินจึงไม่สามารถทำไ่ด้เลย เพราะว่าลมมีความเร็วเกินกว่าจะทำการกางบอลลูนหรือขึ้นบินได้ รอบนั้นเลยต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด
ทำเอาคนที่เข้าไปดูการกางบอลลูน และนักบินเซ็งไปเป็นแถบๆ
****
รอบนี้เป็นรอบของเช้าวันสุดท้ายของงาน นั่นคือวันที่ 7 ธันวาคมซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาศขึ้นบอลลูน
ผมตื่นมาแต่ตี 5 เหมือนเดิมทุกวัน ก่อนที่จะเข้าไปเตรียมงานที่สนามพร้อมนักบิน

ตอนนี้เริ่มกางบอลลูนแล้ว นักบินจะสั่งให้ลูกเรืือเอาตระกร้าบินพร้อมตัวบอลลูนลงสนาม หลังจากนั้น ก็จะกางออก
ผู้่หญิงเสื้อสีชมพูชื่อ อลิส ครับ เป็นสวีดิช อายุ 22 ในครั้งนี้มาเป็น ผู้ช่วยนักบิน
ลูกที่เค้าบิน เป็นลูกของโนเกีย ซึ่งจุผู้โดยสารได้ ประมาณ 5 คน รวมนักบินแล้วนะครับ
อลิสเป็นคนที่นิสัยดีมากๆ ผมเข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้เค้า ช่วยเป็นล่ามให้ลูกเรือตลอด และทีมนี้ขออะไรได้หมด ไม่เลี่ยงหรือปฎิเสธแม้แต่น้อย เต็มใจทำงานให้หมด ไม่คิดว่าการมาครั้งนี้เป็นการมาบินเล่นๆ แต่เขเต็มใจมาช่วยงาน
มีสวีดิชอีก 1 คน เป็นครูสอนบินของเอเซ่และอลิซ ( นักบิน ) คนนี้ก็ฮามาก บินมาแล้ว 30 ปี แต่เมื่อเร็วๆ นี้เขาเผาบอลลูนลูกใหม่ถอดด้ามไป วอดไปทั้งลูก ทำให้เขาอับอายมาก งานนี้เลยงดบินครับ... 55+ เพราะว่าเสียงล่ำลือของเขา กระฉ่อนไปทั้งวงการบอลลูน
เขาชื่อโจอาคิม ครับ น่ารัก+นิสัยดีมาก

ตอนนี้เริ่มกางแล้ว...
ตอนที่กางลมแรงมากๆ แต่ทั้งทีมบอลลูนลูกนี้ตัดสินใจว่าจะกาง
ยังไงก็จะบิน จะบินเท่านั้น ...อันนี้เป็นคำตอบของนักบินซึ่งได้รับหลังจา่กที่ผมเข้าไปคุยว่าจะบินหรือเปล่า
หลังจากนั้น ก็จะเป็นการกางบอลลูน โดยเอาตระกร้าบินนอนกับพื้น แล้วเอาพัดลมมาเป่าลมเข้าตัวบอลลูนครับ

ที่เห็นจะมีพัดลม ( มียี่ห้อนะครับ เป็นของ คูบิเช็ค ) รวมทั้งอุปกรณ์คือหัวจ่ายไฟ และอะไหล่ ก็ของคูบิเช็คเช่นกัน
ตอนกางลูกบอลลูน ผมเข้าไปช่วยคือถือสายสลิงแล้วยกขึ้นเพื่อให้ลมเข้าไปในตัวบอลลูน
ซึ่งการจับบอลลูนต้องอาศัยความระมัดระวังครับ เพราะว่าผ้าจะเสียหายได้ง่าย การจับห้ามขยุ้ม ต้องจับแนวสันบอลลูนสีขาวเท่านั้น
เมื่อลมเข้าไปต้องค่อยๆ ดึงแนวสันตะเข็บแล้วค่อยๆ กางออก
ระหว่างนั้นลมแรงมาก ผมอยู่ใกล้ๆ สลิง ซึ่งลมยกเข้ามาแรงมาก เท้าที่เหยียบสลิงกับบ่าที่เอาสลิงอีกเส้นขึ้นไว้ มันตีกัน ผมลมลงแล้วโดนบอลลูนทับ
ซ้ำกับลูกบอลลูนของเวอร์จิ้นใกล้ๆ โดนลมตีสะบัดมาทับอีก กว่าจะลุกขึ้นได้ ตั้งสติและเอามาตบผ้าใบเพื่อหาทางออกได้ก็เกือบๆ 5 นาที เพราะลมตีผ้าใบตลอดเวลา
พอออกมา อลิสกับแฟนก็เ้ค้ามาเทคแคร์ยกใหญ่เลยครับ น่ารักที่สุด
กว่าจะกางได้ครับ... เป่าลมตั้งสามรอบ...
รูปที่สาม ผู้ช่วยนักบินเข้าไปเซ็ทตัวบอลลูนกับสายควบคุมการบินและทิศทางครับ ซึ่งทั้งบอลลูน มีสามสายเท่านั้นที่ใช้ควบคุมบอลลูน

ผู้หญิงเสื้อดำชื่อ เอเซ่ อายุ 22 ปีครับ
เป็นนักบินหญิงจากสวีเดน เริ่มสนใจการบินมาตั้งแต่ 16 ครับ และได้ใบอนุญา่ตการบินบอลลูนสากลตอน 20
เอเซ่เป็นคนพูดน้อยมากๆ ดูดุ แต่พอคุ้นเคย ชีเป็นคนน่ารัก แต่อลิสเธอพูดเก่งครับ เม้าท์ไปกางบอลลูนไป คุยกับผมตลอด
ตอนนี้เธอกำลังดูความพร้อมของบอลลูนอยู่ครับ

ตอนนี้ อลิสกำลัง เป่าลมร้อนเข้าบอลลูนแล้วครับ
เบิร์นแต่ละที ร้อนนนนน มากกกกกกกกกกก -*-

ตอนนี้ผมขึ้นบินแล้วครับ
การบินแต่ละครั้ง จะเป็นสิทธิ์ขาดของนักบินนะครับ การอนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นหรือไม่แล้วแต่เขา เพราะว่าจะต้องดูความเหมาะสมของผู้โดยสาร รวมทั้งต้องกะน้ำหนักรวมกันของทั้งตะกร้าให้เหมาะสมกับกระแสลม ความดันอากาศ และปริมาณแก๊ส การขึ้นบิน จะต้องมีสติมากๆ เพราะว่า ขึ้นแต่ละครั้ง ถ้าได้จังหวะบินแล้ว นักบินไม่รอนะครัีบ เรียกว่าบินแล้วบินเลย
ผมก็กำลังจะขึ้นแล้วลมตี ตะกร้าเกือบล้มใส่เลยอ่ะ *- - แต่สุดท้ายก็ขึ้นบินได้

นี่หล่ะคะ คือภาพบินของผมครับ ที่เห็นคือสนามที่บินบอลลูน

มือถือเกือบหลุดมือครับ...ภาพนี้ -*-
และที่เห็นในรูปคือเขายายเที่ยงครับ
ตอนนี้อยู่บนบอลลูน กำลังลอยอยู่เหนือลำตะคอง นี่รูปอลิสครับ

เอเซ่ นักบินของเรากำลังรอจังหวะเบิร์นครับ
ชัดๆ คับ สองสาวนักบินบอลลูน
ตอนบิน บินอยู่เหนือเขื่อนลำตะคองครับ
อลิสหันมาถามผมว่า
" อยากว่ายน้ำมั้ย "
ผมวี๊ดทันทีเลยครับ ว่าไม่นะ...ผม ว่ายน้ำไม่เป็น
ทริปนี้บินประมาณ 45 นาทีครับ เพราะว่าอากาศไม่อำนวย มีปัญหาเรีื่องกระแสลม ซึ่งการบินแต่ละครั้งจะกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครั้ง
ความตื่นเต้นของการบินบอลลูน ไม่ได้อยู่ที่้ตอนขึ้นครับ...
ซึ่งผมก็ลุ้นว่าเวลาขึ้น มันจะยังไง
แต่พูดตรงๆ ว่าตอนที่ขึ้นกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่ตื่นเต้นเลย
คิดว่าจะประหม่าเรื่องความสูง ก็ไม่ครับ
สุดท้ายลมพาเราไปยังท้ายเขื่อน ไปแถบที่โล่ง เหมาะมาก...
คิดในใจ เอาหล่ะึ...งดงามแน่ๆ ทริปนี้...
สุดท้ายครับ...
อลิสเลือกลงที่ป่าอ้อย
-*-

ตอนกำลังเก็บครับ
คือตะกร้าลงไปในป่าอ้อยของเขานิดนึงครับ หักไปประมาณเกือบ 10 ต้น
แล้วเกิดลมพัดตอนที่บอลลูนกำลังตั้งอยู่ด้วยนะครับ ตะกร้ากลิ้งหลายรอบมาก โดนเอเซ่เหยียบแขน/มือ/ขา วุ่นไปหมด
พอลงมาได้เรียบร้อย...งานเข้าครับ ต้องช่วยเก็บบอลลูน ต้องไล่อากาศร้อนที่ค้างออก ต้องค่อยๆ ตบไล่ลมและพับบอลลูนครับ
อลิสน่ารักมาก
อ้อยในไร่เขาเสียหาย เธอวา่นให้ผมไปเป็นล่าม
เธอบอกว่า เธอขอโทษมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ( ย้ำคำว่า Realy Sorry บ่อยมากๆ ) ที่ทำให้เสียหาย
อยากให้เจ้าของบอกราคาความเสียหายมา เธอยินดีจ่ายหมดในตอนนั้นเลย
พอบอกแบบนั้น
เจ้าของอ้อย + พรรคพวกแถวนั้น ซึ่งเข้ามาช่วยกันเก็บบอลลูน ก็บอกว่า
"ไม่เป็นไร"
เธองงมาก ว่าทำไม คนไทยถึงบอกว่าไม่เป็นไร
เธอก็ย้ำหลายทีมากทั้งขอโทษ และขอใช้ค่าเสียหาย
แต่เจ้าของก็ไม่รับ บอกว่านานทีปีหนที่ได้เห็นบอลลูน ไม่เป็นไรหรอก อ้อยเสียไปไม่กี่บาท
เธอก็ขอบคุณโดยการไหว้
ยกมือไว้ แล้วบอก "ขอบคุณค่ะ" เป็นภาษาไทย หลายทีมากกกกกกกก
และเจ้าของอ้อย เอาอ้อยมาให้ลองกิน ผมก็แนะนำไปตามเรื่อง
สุดท้าย เอเซ่ครับ... ขออันที่หักๆ มาจะเอาไปฝากนักบินคนอื่น
เป็นที่สนุกสนานมาก
เธอบอกกับผมทีหลังว่าประทับใจคนไทยมาก
ทั้งทีมงานที่เชิญมา ลูกเรือ และน้ำใจคนไทยที่เข้ามาช่วยเก็บ
ทุกคนระมัดระวังมาก เวลาเข้ามาช่วยเก็บ จนเอเซ่บอกเลยว่า "คนไทยรักบอลลูนของเราเหมือนที่เรารัีกเลย"
สุดท้ายก็จบลงด้วยดี มีน้องผู้หญิงคนนึง เข้ามาคุยกับเอเซ่อยู่นาน
แล้วเธอก็ถามเอเซ่ว่าอยากขึ้นบ้าง ผมก็เลยบอกเอเซ่ตามนั้น
ซึ่งเธอเคารพกติกากับทางผู้จัดงานมากๆ คือ เธอบอกตามตรงว่าการตัดสินใจนำผู้โดยสารขึ้น ต้องเป็นแขกที่เราเชิญหรือจับฉลากผู้โชคดีได้เท่านั้น
แต่ผมได้เห็นความประทับใจอีกคือ น้องผู้หญิงที่มาช่วยเก็บบอกกะเอเซ่ผ่านผมว่า
น้องเธออยากเป็นนักบินบอลลูนหญิงเหมือนอลิส...และเอเซ่
อีกเรื่องที่ผมประทับใจมาก

เรื่องของบอลลูนสีฟ้าขวามือสุดเป็นบอลลูนมาจาก ฮอลแลนด์ครับ
ภาพที่เห็นเป็นภาพของเช้าวันที่ 7 ซึ่งได้บินเป็น "ครั้งสุดท้าย"
ตอนเย็น ของวันนั้น บอลลูนลูกนี้ได้กางขึ้น
และสิ่งที่ทีมงานทั้งหมดไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็คือ...บอลลูนลูกนี้จะแสดงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ผมกับทีมงานเดินเข้าไปถามนักบินประจำบอลลูน พร้อมกับผู้ช่วยนักบินนั่นคือ คุณโยฮัน และ คุณเอลี่-ภริยา
คุณโยฮันบอกกับพวกเราในขณะที่จะทำการแสดงบินสาธิตขึ้นลงในระยะสั้นๆ ให้เราฟังว่า
"เราจะกางครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว พวกเราจะไม่เห็นบอลลูนลูกนี้กางที่ไหนอีกในโลกใบนี้ตลอดไป"
ทำเอาผมและทีมงานอึ้งกันไปตามๆ
ผมต้องไปทำหน้าที่ MC ซึ่งก็ใจหายเหมือนกัน ตอนที่บอกว่า บอลลูนจากฮอลแลนด์ลูกนี้จะกางเป็นครั้งสุดท้าย
โยฮันบินระยะใกล้ๆ ให้แขกที่เข้ามาร่วมงานจนแก๊สเกลี้ยงถัง
คนทั้งงานเข้าไปอยู่รอบๆ ตะกร้าของโยฮัน
หลายคนได้ขึ้นสมใจ แม้จะได้บินเพียง 5- 10 เมตรก็ตาม
จบแก๊สหมดถัง ผมก็ประกาศให้ทราบว่า การบินของบอลลูนลูกนี้กับโยฮันและเอลี่ ต้องยุติลงแล้ว
เสียงปรบมือดังทั้งงานโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากขอ
รวมทั้งผมได้ให้โยฮันมาบอกความรู้สึกด้วย ตอนที่คุณโยฮันเดินเข้ามาหาผม บริเวณที่ผมกำลังยืนทำหน้าที่อยู่
ซึ่งเขาก็ได้บอกว่า เขาดีใจทีไ่ด้มางานนี้ และมีความสุขมากที่ได้บินบอลลูนที่เขารักมากๆ ลูกนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ประเทศไทย
และภาพการเก็บบอลลูน
ตอนที่บอลลูนกำลังนอนลงกับพื้น
เขาได้จับผ้าใบขึ้นมาจูบและร้องไห้
เป็นการอำลาบอลลูนของเขาที่ติดตาผมมากๆ
เขาบอกว่า เวลา 23 ปี กับบอลลูนลูกนี้มันสั้นจริงๆ
ตอนงานเลี้ยงนักบิน ผมก็นั่งคุยกับโยฮันและเอลี่จนงานเลิก
เขาอายุ 60 กว่าแล้วทั้งคู่
และเป็นนักบินชื่อดังของฮอนแลนด์ เป็นแกนหลักในการจัดงานบอลลูนที่บ้านเกิดของเขาด้วย
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มาร่วมงานแสดงบอลลูนนานาชาติที่ประเทศไทย
ผมเลยถามว่าทำไม ถึงเลือกที่จะลาบอลลูนของเขาที่นี่
เขาตอบว่า
"ไม่มีที่ใดในโลกที่จะเหมาะไปกว่าประเทศไทยอีกแ้ล้ว"
สุดๆ ครับงานนี้
และนี่คือเรื่องราวส่วนหนึ่งที่ผมประทับใจกับงานบอลลูนนานาชาติครั้งนี้ครับ